แม้ว่าแพทย์แผนไทยจะถือเป็นแพทย์ทางเลือก แต่ก็มีรากฐานอย่างยาวนานในวัฒนธรรมและประเพณีของชาวไทย โดยเราจะพบแนวทางการรักษาด้วยวิธีการแบบแพทย์แผนไทยอยู่รอบ ๆ ตัว ตั้งแต่อาหารไทยที่มีส่วนผสมของสมุนไพรต่าง ๆ ยาดมและยาหม่องที่เราใช้สูดดมอยู่ทุกวัน ไปจนถึง ของใช้อย่างสบู่ แชมพู และยาสีฟัน คนไทยเราจึงรู้สึกคุ้นเคยกับแพทย์แผนไทย และเปิดใจรักษาแบบแพทย์แผนไทยได้ไม่ยาก
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจแนวทางการรักษาแบบแพทย์แผนไทยที่น่าสนใจ 4 แบบ ที่สามารถรักษาควบคู่ไปกับแพทย์แผนปัจจุบันได้
เวชกรรมแผนไทย
คือ การตรวจวินิจฉัยโรค เพื่อหาสาเหตุของการเกิดโรคตามหลักการแพทย์แผนไทย โดยจะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลตามหลักการแพทย์แผนไทย ดังนี้
- ธาตุทั้ง 4 ของผู้ป่วย แบ่งออกเป็น ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ
- ฤดูกาล
- วัยที่เปลี่ยนไป แบ่งออกเป็น ปฐมวัย มัชฉิมวัย และปัจฉิมวัย
- สถานที่อยู่อาศัย
- กาลเวลา
- พฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดโรค
จากนั้นให้การรักษาตามกรรมวิธีของการแพทย์แผนไทย ซึ่งส่วนใหญ่ มักให้การรักษาด้วยยาแผนไทย หรือยาสมุนไพร
เภสัชกรรมแผนไทย
คือ การเตรียมยา และ/หรือผลิตยาแผนไทย โดยใช้ทั้งพืชสมุนไพร สัตว์ และธาตุต่าง ๆ สำหรับพืชสมุนไพรนั้นจะใช้รสชาติ 9 รส ในการแบ่งสรรพคุณในการรักษา ได้แก่
- รสฝาด เช่น มังคุด กล้วยน้ำว้า รักษาแผลภายในและภายนอก เช่น แผลในกระเพาะอาหาร ท้องเสีย เป็นต้น
- รสหวาน เช่น น้ำผึ้ง ชะเอมเทศ บำรุงผิวหนัง รักษาอาการไอแห้ง
- รสมัน เช่น งา ถั่วลิสง บำรุงกระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
- รสเมาเบื่อ เช่น กลอย ทองพันชั่ง รักษาแผลแมลงสัตว์กัดต่อย และโรคผิวหนัง
- รสขม เช่น มะระ ฟ้าทะลายโจร บำรุงเลือดและน้ำดี ลดไข้ ลดอาการร้อนในและกระหายน้ำ เพิ่มความอยากอาหาร
- รสเผ็ดร้อน เช่น ขมิ้นชัน ตะไคร้ รักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดประจำเดือน แขนขาอ่อนแรง
- รสหอมเย็น เช่น มะลิ ใบเตย บำรุงหัวใจ ตับ และปอด รักษาอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ
- รสเค็ม เช่น เกลือ รักษาอาการท้องผูก ไอมีเสมหะ โรคผิวหนัง
- รสเปรี้ยว เช่น มะนาว มะขามป้อม รักษาอาการท้องผูก ไอมีเสมหะ
อย่างไรก็ตาม สมุนไพรบางชนิดอาจไม่สามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันได้ จึงควรแจ้งแพทย์แผนไทยทุกครั้งที่ทำการรักษา
หัตถเวชกรรมแผนไทย หรือนวดไทย
คือ การบำบัดรักษาด้วยหัตถการหรือการนวด โดยผู้นวดจะใช้มือหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย กด คลึง บีบ ดึง บิด ดัด เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บ หรือแก้ไขภาวะต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึงการประคบสมุนไพร และอบไอน้ำสมุนไพรด้วย
ผดุงครรภ์แผนไทย
คือ การดูแลหญิงตั้งครรภ์ การทำคลอด การดูแลหญิงหลังคลอด รวมทั้งการดูแลทารกแรกเกิด โดยในปัจจุบันนี้ แพทย์แผนไทยมีบทบาทในการทำคลอดน้อยลง แต่เน้นในการดูแลสุขภาพของหญิงหลังคลอดมากขึ้น โดยมีรูปแบบการดูแลหลายประเภท ได้แก่
- การนวด
- การประคบสมุนไพร
- การทับหม้อเกลือ
- การอบสมุนไพร
- การนั่งถ่าน
- การพันผ้าหน้าท้อง
- การบำรุงผิวพรรณ
- การแนะนำด้านอาหารและการปฏิบัติตนด้านอื่น ๆ
แม้การรักษาแบบแพทย์แผนไทยจะอยู่ใกล้ตัวเรามาก ๆ แต่ก็ควรดำเนินการรักษากับแพทย์แผนไทยที่มีใบประกอบโรคศิลปะที่ถูกต้องตามกฎหมาย และหากกำลังดำเนินการรักษาอยู่กับแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโรคเดียวกันกับที่ต้องการรักษาด้วยวิธีแพทย์แผนไทย หรือโรคอื่น ๆ จำเป็นต้องแจ้งแพทย์ทั้ง 2 ฝั่งให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันผลข้างเคียงจากการใช้สมุนไพรและยาแผนปัจจุบันร่วมกัน เช่น การใช้สมุนไพรมะขามแขก ร่วมกับยารักษาโรคหัวใจ Digoxin อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติได้
ใครที่กำลังมองหาประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษาแบบแพทย์แผนไทย ประกันสุขภาพเหมาจ่าย โอเชี่ยนไลฟ์ ซูพรีม เฮลท์ แผน Diamond ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลโดยแพทย์ทางเลือกแบบต่าง ๆ เช่น แพทย์แผนโบราณของจีน แพทย์แผนไทย การบำบัดด้วยหัตถการ เป็นต้น โดยให้ผลประโยชน์กรณีผู้ป่วยนอกจำนวน 10,000 บาทต่อรอบปีกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งเบี้ยประกันภัยสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 25,000 บาท
สนใจทำประกันสุขภาพเหมาจ่าย โอเชี่ยนไลฟ์ ซูพรีม เฮลท์ แผน Diamond คลิก
ข้อควรทราบ :
- โอเชี่ยนไลฟ์ ซูพรีม เฮลท์ เป็นชื่อทางการตลาดของสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ ซูพรีม เฮลท์ (Supreme Health)
- อาณาเขตความคุ้มครอง: ให้ความคุ้มครองในประเทศไทยเท่านั้น อย่างไรก็ตามบริษัทฯ จะให้ความคุ้มครองนอกอาณาเขตประเทศไทยในกรณีการบาดเจ็บทางร่างกาย จากอุบัติเหตุ และ/หรือการป่วยที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาลแบบฉุกเฉินที่เกิดขึ้นภายใน 90 วันแรกนับแต่วันเดินทางออกนอกอาณาเขตประเทศไทยแต่ละครั้ง โดยบริษัทฯ จะให้ความคุ้มครองการรักษาพยาบาลดังกล่าวสูงสุดไม่เกินวันที่ 90 นับแต่วันเดินทางออกนอกอาณาเขตประเทศไทยครั้งนั้น ๆ
- การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่างๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- สัญญาเพิ่มเติมนี้มีระยะเวลาเอาประกันภัย 1 ปี ผู้เอาประกันภัยอาจขอต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมได้ภายใต้เงื่อนไขสัญญาเพิ่มเติม ทั้งนี้ สำหรับปีต่ออายุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเบี้ยประกันภัย ขึ้นอยู่กับอายุ อาชีพ การเรียกร้องค่าสินไหม ของผู้เอาประกันภัย รวมถึงเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
- การตรวจสุขภาพและการแถลงสุขภาพเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัย และการจ่ายเงินตามเงื่อนไขกรมธรรม์ (บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการให้ตรวจสุขภาพ หรือขอเอกสารทางการแพทย์เพิ่มเติมเมื่อเห็นว่าจําเป็น)
- การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
- ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย/ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้วโปรดศึกษาเพิ่มเติม
อ้างอิง :
คณะแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1, 2, 3
หน่วยแพทย์ทางเลือก ฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
องค์การอาหารและยา