หลายคนมักเข้าใจว่า จะทำประกันชีวิตได้ ต้องเป็นคนที่มีฐานะดี หรืออย่างน้อยต้องมีเงินก้อนจำนวนหนึ่งเพื่อชำระค่าเบี้ยประกันภัยในแต่ละปี แต่ในความเป็นจริง บริษัทประกันชีวิตได้ออกแบบแผนการชำระเบี้ยหลายแบบ โดยเฉพาะ การจ่ายเบี้ยประกันภัยรายเดือน และ การจ่ายเบี้ยประกันภัยรายปี ที่มีข้อดีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้จ่ายและการวางแผนการเงินของแต่ละบุคคล ในบทความนี้เราจะพิจารณาข้อดีของทั้งสองทางเลือก และช่วยให้คุณตัดสินใจว่าแบบไหนที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด
ข้อดีของเบี้ยประกันชีวิต แบบจ่ายรายเดือน
1. มีโอกาสเข้าถึงประกันภัยได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ในคราวเดียว
สำหรับคนที่ไม่สะดวกจ่ายเงินก้อนโตในคราวเดียว เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบัตรเครดิต เป็นต้น การเลือกจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบรายเดือนเป็นทางเลือกที่ช่วยให้สามารถตัดสินใจทำประกันชีวิตได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องกันเงินก้อนไว้ล่วงหน้า
2. ช่วยในการวางแผนงบประมาณรายเดือนได้ง่าย
การจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบรายเดือนช่วยให้สามารถบริหารรายรับ-รายจ่ายของแต่ละเดือนได้สะดวกขึ้น เพราะไม่ต้องกันเงินก้อนใหญ่ไว้ล่วงหน้า แต่สามารถจัดสรรเงินให้กับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้พร้อมกัน
3. นำเบี้ยประกันชีวิตไปลดหย่อนภาษีได้มากกว่าแบบรายปี
การเลือกจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบรายเดือน เมื่อรวมค่าเบี้ยประกันภัยทั้งปีแล้ว จะสูงกว่าการจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบรายปี จึงสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้มากกว่าด้วย
ข้อดีของเบี้ยประกันชีวิต แบบจ่ายรายปี
1. ช่วยลดความยุ่งยาก และความเสี่ยงในการลืมจ่าย
บางคนอาจลืมจ่ายเบี้ยประกันภัยหากต้องจ่ายทุกเดือน ซึ่งอาจทำให้กรมธรรม์ขาดผลบังคับได้ การจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบรายปีจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าว ให้คุณมั่นใจได้ว่ากรมธรรม์จะมีผลคุ้มครองต่อเนื่อง
2. เหมาะกับผู้ที่ถนัดวางแผนการเงินแบบรายปี
สำหรับคนที่ชอบวางแผนการเงินแบบรายปี การจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบรายปีช่วยให้สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องการชำระเบี้ยประกันภัยทุกเดือน
3. ค่าเบี้ยประกันภัยแบบรายปีโดยรวมถูกกว่าแบบรายเดือน
โดยส่วนใหญ่แล้ว การจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบรายเดือนนั้น หากรวมเบี้ยประกันภัยที่จ่ายทั้งปีแล้ว จะสูงกว่าการจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบรายปี สามารถดูตัวอย่างได้ตามตารางด้านล่างนี้
ตัวอย่าง ผู้เอาประกันภัยเพศหญิงอายุ 35 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัย 200,000 บาท ขอทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เพื่อนคู่ชีวิต B450 (20/15) โดยต้องชำระเบี้ยประกันภัยเป็นระยะเวลา 15 ปี
รายละเอียด | เลือกจ่ายเบี้ยประกันภัยรายเดือน | เลือกจ่ายเบี้ยประกันภัยรายปี |
เบี้ยประกันภัยต่องวด | 962 บาท/เดือน | 10,688 บาท/ปี |
เบี้ยประกันภัยตลอดสัญญา | 173,160 บาท | 160,320 บาท |
ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือ ผลประโยชน์กรณีมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญา | 200,000 บาท | 200,000 บาท |
ส่วนต่างระหว่างเบี้ยประกันภัยตลอดสัญญาและผลประโยชน์ที่ได้รับ | 26,840 บาท | 39,680 บาท |
เบี้ยประกันชีวิตที่สามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีได้ (ต่อปี) | 11,544 บาท | 10,688 บาท |
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลรวมของค่าเบี้ยประกันภัยแบบรายเดือนของทั้งปีจะสูงกว่าเมื่อเทียบกับค่าเบี้ยประกันภัยแบบรายปี แต่เมื่อพิจารณาผลต่างระหว่างค่าเบี้ยประกันภัยตลอดสัญญาและผลประโยชน์ที่ได้รับแล้ว จะเห็นว่าผู้เอาประกันภัยจะได้รับผลประโยชน์มากกว่าค่าเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไป ไม่ว่าจะจ่ายแบบรายเดือน หรือรายปีก็ตาม ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถนำส่วนต่างนี้ไปทำประกันประเภทอื่น ๆ เช่น ประกันสุขภาพ เพื่อเสริมความมั่นคงให้กับชีวิตได้
การเลือกจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบรายเดือนหรือรายปีไม่มีแบบใดที่ดีกว่ากันอย่างชัดเจน เพราะขึ้นอยู่กับสถานะการเงินและพฤติกรรมการใช้เงินของแต่ละคน หากคุณไม่ต้องการจ่ายเงินก้อนในคราวเดียว การจ่ายเบี้ยประกันภัยรายเดือนอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากคุณสะดวกกับการวางแผนการเงินแบบรายปี การจ่ายเบี้ยประกันภัยรายปีอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือการเลือกแผนประกันชีวิตที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณ และครอบครัวจะได้รับความคุ้มครองที่ดีที่สุดโดยไม่กระทบต่อสถานะทางการเงินของคุณเอง
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ขอแนะนำ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เพื่อนคู่ชีวิต B450 (20/15) เลือกจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบรายเดือน หรือรายปีก็ได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน คลิก
ข้อควรทราบ :
- การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่างๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- เบี้ยประกันชีวิต สามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
- ผู้เอาประกันภัยที่ประสงค์จะนำเบี้ยประกันชีวิต ไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องแจ้งความประสงค์และยินยอมให้บริษัทฯ นำส่งข้อมูลเบี้ยประกันชีวิตให้กรมสรรพากร
- การนำส่งเบี้ยประกันภัยเป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันภัย การที่ที่ปรึกษาประกันชีวิต (ตัวแทนประกันชีวิต) มาเก็บเบี้ยประกันภัยเป็นการให้บริการเท่านั้น
- ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย/ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้วโปรดศึกษาเพิ่มเติม